คีย์บอร์ด

posted on 12 Sep 2011 19:25 by kataiziii

                                         

คีย์บอร์ด หรือ คีย์บอร์ดไฟฟ้า เป็นเครื่องดนตรี ที่มีลักษณะเป็นแป้นแต่ที่กดจะมีลักษณะคล้ายกับเปียโน สร้างเสียงเมื่อคีย์ถูกกด โดย จะมีการผลิตเสียงผ่านกระแสไฟฟ้า 

ใช้นิ้วมือกดลิ่มคีย์หรือแป้นคีย์แล้วให้กำเนิดเสียงดนตรีตามบันไดเสียงของ
โน้ตดนตรีสากล 12 ขั้นเสียง จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท คือ
  1. ประเภทที่ให้เสียงแบบธรรมชาติ เช่นเปียโน Piano  ออร์แกนลม pipe organแอคคอร์เดียน Accordion . เป็นต้น
  2. ประเภทที่ให้เสียงแบบไฟฟ้าในการกำเนิดเสียง เช่น อีเล็คทรอนิกส์ออร์แกนElectronicorgan หรืออีเล็คโทน Electone 
    เปียโนไฟฟ้า Electronic piano และ ซินธิไซเซอร ์Synthesizer .เป็นต้น
     คำว่าคีย์บอร์ดที่แท้จริงแล้วเป็นการเรียกชื่อประเภทของเครื่องดนตรีประเภทที่กล่าวมาแต่ในความรู้สึกของคนโดยทั้วไปเมื่อกล่าวถึงคำ
ว่าคีย์บอร์ดก็จะนึกถีงเครื่องดนตรีชนิดที่เป็นแบบอีเล็คทรอนิกส์ออร์แกนแบบชั้นเดียวที่รวมจังหวะและเสียงเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆมารวมอยู่
ในเครื่องเดียวกันและสามารถเคลื่อนย้ายไปมาได้สะดวก ดังนั้นคีย์บอร์ดเป็นการวิวัฒนาการของเครื่องดนตรีแบบอีเล็คทรอนิกส์ออร์แกน 
ชนิดหนึ่งผสมประสานกับรูปร่างของเครื่องดนตรีประเภทซินธิไซเซอร์ เพื่อให้ผู้เล่น สะดวกสบายในการเล่นแบบคนเดียวได้ลงตัว

โหมดเสียงโดยคีย์บอร์ดจะมีให้เลือกเสียงตั้งแต่เสียงเปียโน ฮาร์ปซิคอร์ด กีต้าร์ คลาวิคอร์ด ออร์แกน ทรอมโบนทรัมเป็ต แซกโซโฟน กีตาร์เบส และอื่นๆ

คีย์บอร์ดเป็นเครื่องดนตรีที่มักใช้เล่นกับดนตรีแนว ร็อกเฮฟวีเมทัล ป็อป ดิสโก้ ยูโรแดนซ์ ดนตรีอีเลกโทรนิก คีย์บอร์ดไฟฟ้ายังได้รับความนิยมมากในยุค 80 โดยมักจะใช้เล่นเพลงแนว นิวเวฟ และ ซินธ์ป็อป

คำถามทบทวน

posted on 31 Aug 2011 18:29 by kataiziii

1.มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร

การใช้คอมพิวเตอร์สื่อความหมายโดยการผสมผสานสื่อหลายชนิด เช่น ข้อความ กราฟ ภาพศิลป์ (Graphic Art) เสียง (Sound) ภาพเคลื่อนไหว (Animation) และวีดิทัศน์ เกี่ยวข้องโดยที่การนำเสนอต้องมีสื่อเพื่อให้เราเห็นภาพหรือเข้าใจในเนื้อหานั้นๆเพื่มขึ้น

2.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งที่พิมพ์อย่างไร

การนำเสนอข้อมูลทางเว็บไซต์จะรวดเร็วกว่าและสามารถเชื่อมโยงไปยังแหล่งความรู้อื่นๆได้

 

3.Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง

PowerPoint เป็นโปรเเกรมในการนําเสอนได้ในหลายรูปเเบบ  ไม่ว่าจะเป็นนําเสนอ เเบบเป็นอักษร เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว โดยตัวโปรเเกรมนั้นสามารถนําสือเหล่านี้มาผสมผานได้ อย่าลงตัวเเละมีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

4.การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft Powerpoint แตกต่างกันอย่างไร

ใช้ไฟล์คนล่ะอย่างกัน

5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง

การนำเสนอข้อมูลโดยการพูด 

การนำเสนอข้อมูลโดยการใช้สื่อต่าง ๆ เช่น   การเขียนบนกระดาษเป็นเอกสาร   ซึ่งอาจเขียนเป็นข้อความคำบรรยาย   ตาราง   กราฟ  

 

6.นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด

การนำเสนอข้อมูลแบบอนุกรม (time series) เพราะมีข้อมูลที่ดูง่ายเข้าใจไม่อยาก มีทั้งเป็นตาราง และ กราฟ เพื่อให้เราเห็นข้อแตกต่างของข้อมูลนั้นๆ

 

7.การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน Microsoft Powerpoint สามารถทำได้อย่างไร

 

1.คลิกที่ ปุ่ม Microsoft Office จากนั้นคลิกที่ สร้าง

2.ในกล่องโต้ตอบ งานนำเสนอใหม่ ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้:

- ใน แม่แบบ ให้คลิกที่ ว่างและล่าสุดแม่แบบที่ติดตั้ง หรือ ชุดรูปแบบที่ติดตั้ง คลิกที่แม่แบบที่มีอยู่แล้วภายในที่คุณต้องการ จากนั้นคลิกที่ สร้าง

- ใน แม่แบบ ให้คลิกที่ สร้างจากที่มีอยู่ ค้นหาและคลิกที่แฟ้มงานนำเสนออื่นที่มีแม่แบบ จากนั้นคลิกที่สร้างใหม่

- ใน แม่แบบ ให้คลิกที่ แม่แบบของฉัน เลือกแม่แบบที่กำหนดเองซึ่งคุณสร้างไว้ จากนั้นคลิกที่ตกลง

- ใน Microsoft Office Online ให้คลิกที่ประเภทแม่แบบ เลือกแม่แบบ จากนั้นคลิกที่ ดาวน์โหลดเพื่อดาวน์โหลดแม่แบบจาก Microsoft Office Online

 

 

8.การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft Powerpoint สามารถตั้งค่าได้ที่ใด

บานหน้าต่างที่อยู่ในโปรแกรมประยุกต์ Office สามารถใช้คำสั่งนี้ได้ ที่ตั้งและขนาดหน้าต่างที่เล็กนี้ยอมให้คุณใช้คำสั่งเหล่านั้นได้ในขณะทำงาน

9.ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมาอย่างน้อย 3 โปรแกรม

วินโดวส์ เอ็นที (Windows NT) วินโดวส์ 2000(Windows 2000) และวินโดวส์ เอ็กซ์พี (Windows XP)

 

10.ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft Powerpoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือไม่ อย่างไร

 ไม่ เพราะเราจะไม่สามารถนำเสนองานในรูปแบบตัวอักษรได้

11.เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft Powerpoint หรือไม่อย่างไร

จำเป็น เครื่องพิมพ์ มันจะให้คุณภาพที่ดีเยี่ยมของภาพ และกราฟิก

12.Microsoft Powerpoint สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร

ได้ วิธีการ

รูปภาพ

1.บนเว็บเพจ ให้คลิกขวาที่รูปภาพที่คุณต้องการ จากนั้นคลิกที่ บันทึกรูปภาพเป็น บน เมนูทางลัด (เมนูทางลัด : เมนูที่แสดงชุดรายการของคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับรายการเฉพาะ ในการแสดงเมนูทางลัด ให้คลิกขวาที่รายการนั้นหรือกด SHIFT+F10)

2.ป้อนชื่อที่คุณต้องการในกล่อง ชื่อแฟ้ม จากนั้นคลิกที่ บันทึก

3.ในแผ่นงานหรืองานนำเสนอ ที่แท็บ แทรก ในกลุ่ม ภาพประกอบ ให้คลิกที่ รูปภาพ

 4.ค้นหารูปภาพที่คุณบันทึกในขั้นตอนที่ 2 จากนั้นคลิกที่ แทรก 

ภาพยนตร์

1. แสดงภาพนิ่งที่คุณต้องการเพิ่มภาพยนตร์หรือรูปภาพเคลื่อนไหว GIF

2.ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

การเพิ่มแฟ้มภาพยนตร์ หรือรูปภาพเคลื่อนไหว GIF

1.บนเมนู แทรก ชี้ไปที่ ภาพยนตร์และเสียง จากนั้นคลิก ภาพยนตร์จากแฟ้ม เพื่อระบุตำแหน่งของโฟลเดอร์ที่มีแฟ้มที่คุณต้องการ และคลิกสองครั้งที่แฟ้มนั้นๆ

หมายเหตุ  ภาพยนตร์หรือแฟ้ม .gif ที่คุณเพิ่มไปใน Clip Organizer (ตัวจัดระเบียบคลิป: โปรแกรม Microsoft Office ที่ประกอบด้วยรูปวาด ภาพถ่าย เสียง วิดีโอ และแฟ้มสื่ออื่นๆ ที่คุณสามารถแทรกและใช้ในงานนำเสนอ สิ่งพิมพ์ และเอกสาร Office อื่นๆ ได้) สามารถเรียกดูได้ในโฟลเดอร์ Clip Organizerซึ่งอยู่ในโฟลเดอร์ รูปภาพ บนฮาร์ดดิสก์ของคุณ หรือไปที่ตำแหน่งดั้งเดิมสำหรับแฟ้มเหล่านี้

2.เมื่อข้อความแสดงขึ้น ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนใดขึ้นตอนหนึ่งดังต่อไปนี้

  • §เมื่อต้องการเล่นภาพยนตร์หรือ GIF โดยอัตโนมัติเมื่อคุณไปยังภาพนิ่ง ให้คลิก อัตโนมัติ
  • §เมื่อต้องการเล่นภาพยนตร์หรือ GIF เมื่อคุณคลิกเท่านั้น ให้คลิก เมื่อคลิก

หมายเหตุ  เมื่อพยายามแทรกภาพยนตร์ และได้รับข้อความว่า Microsoft PowerPoint ไม่สามารถแทรกแฟ้มได้ ให้ลองแทรกภาพยนตร์ไปเล่นใน Windows Media Player แทน

วิธีการ

3.ใน Windows เปิดใช้ Windows Media Player (จากปุ่ม เริ่ม (Start) บนเมนูย่อย เบ็ดเตล็ด(Accessories))

4.บนเมนู แฟ้ม ใน Windows Media Player คลิก เปิด จากนั้นพิมพ์เส้นทางหรือเรียกดูแฟ้มที่คุณต้องการแทรก และคลิก ตกลง

  • §ถ้าภาพยนตร์เปิด และเล่น ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่เหลือในงานดังนี้
  • §ถ้าไม่สามารถเล่นภาพยนตร์ได้ ก็หมายความว่าจะไม่สามารถเล่นเวลาที่คุณเปิด Windows Media Player ใน PowerPoint ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องทำงานนี้ให้เสร็จ คุณสามารถปรึกษาวิธีใช้ใน Windows Media Player เพื่อลองแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และใน PowerPoint ลองค้นหา "Troubleshoot movies" ในกล่อง ถามคำถาม บนเมนูเพื่อได้จะคำแนะนำมากขึ้น

5.แสดงภาพนิ่งที่คุณต้องการให้ภาพยนตร์เปิดใน PowerPoint และบนเมนู แทรก คลิก วัตถุ

6.ภายใต้ ชนิดของวัตถุ คลิก มีเดียคลิป และดูให้แน่ใจว่าเลือกรายการ สร้างใหม่ ถ้าคุณต้องการให้ภาพยนตร์แสดงผลเป็นไอคอน ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย แสดงเป็นไอคอน

7.คลิก ตกลง

8.บนเมนู Insert Clip ใน Windows Media Player คลิก Video for Windows

9.ในรายการ ชนิดแฟ้ม เลือก แฟ้มทั้งหมด จากนั้นเลือกแฟ้ม และคลิก เปิด

10.เล่นภาพยนตร์ได้โดยคลิกปุ่ม เล่น ภายใต้แถบเมนู ถ้าจะแทรกเข้าไปบนภาพนิ่งของคุณ ให้คลิกนอกกรอบภาพยนตร์ที่บนมุมบนซ้าย

1.ในบานหน้าต่างที่มีแท็บเค้าร่างและภาพนิ่ง ให้คลิกแท็บ หน้าแรก

2.คลิกภาพนิ่งที่คุณต้องการเพิ่มเสียง

3.บนแท็บ แทรก ในกลุ่ม มีเดียคลิป ให้คลิก ลูกศรใต้ เสียง

 4.ให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

-คลิก เสียงจากแฟ้ม แล้วค้นหาตำแหน่งโฟลเดอร์ที่มีแฟ้มนั้น จากนั้นคลิกสองครั้งที่แฟ้มที่คุณต้องการเพิ่ม

- คลิก เสียงจาก Clip Organizer เลื่อนหาคลิปที่คุณต้องการในบานหน้าต่างงาน ภาพตัดปะ จากนั้นคลิกภาพตัดปะเพื่อเพิ่มไปยังภาพนิ่ง

13.การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษรอย่างไร

ดีกว่าเพราะว่าเราจะได้เห็นภาพที่ชัดเจน สามารถดูข้อแตกต่างของข้อมูลได้อย่างเข้าใจ

 14.การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft Powerpoint สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกันจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใดบ้าง

 ฮาร์ดแวร์ - โน๊ตบุ๊ค , โปรเจคเตอร์ , คอมพิวเตอร์          ซอร์ฟแวร์ - Microsoft PowerPoint

15.ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษรรูปภาพหรือภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน

Microsoft Powerpoint

ภาษาปาสคาล

posted on 11 Jul 2011 19:36 by kataiziii

ภาษาปาสคาล

       ภาษาปาสคาลสร้างขึ้นเพื่อใช้สอนการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้เป็นระบบและมี ระเบียบเป็นโครงสร้างเนื่องจากเป็นภาษาที่มีรูปแบบง่าย ต่อความเข้าใจ เขียนเป็นโปรแกรมได้เร็วแก้ไขปรับปรุงง่าย ผู้สร้างภาษานี้คือ ดร.เวียร์ เมื่อประมาณปี พ.ศ.2514 ซึ่งหลังจากออกแบบแล้ว ได้มีผู้นำไปเขียนเป็น โปรแกรมตัวแปร 
(COMPILER) โดยที่ตัวแปรที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ TURBO PASCAL ของบริษัทบอร์แลนด์และปัจจุบันได้ถูกพัฒนาไปเรื่อยๆ  

     ในอดีตภาษาคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่าฟอร์แทรนและโคบอลเป็นภาษาที่นิยมให้มากที่สุด ภาษาฟอร์แทรนพัฒนาขึ้นใช้ในปี พ.ศ. 2499 เป็นภาษาที่ใช้เพื่อประยุกต์งานด้านตัวเลขได้ดีเยี่ยม ส่วนภาษาโคบอลพัฒนาขึ้นในปี พศ. 2502 มุ่งใช้งานด้านประมวลผลธุรกิจ สำหรับภาษาปาสคาลได้รับการพัฒนาขึ้นในปี พศ2513โดย นิเคลาส์ เวียร์ธ(Niklaus Wirth) แห่งเทคนิเคิล ยูนิเวอร์ซิตี้ ในเมืองซูริค ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมแพร่หลายในปัจจุบันและจะนิยมกันมากในอนาคต จุดประสงค์ของการใช้ภาษาปาสคาลเบื้องแรกก็คือ ฝึกนิสัยการเขียนโปรแกรมให้มีระเบียบระบบหรือฝึกการเขียนโปรแกรมโครงสร้าง ภาษาปาสคาลเป็นภาษาที่ออกแบบขึ้นให้มีความง่ายต่อการทำงาน การเข้าใจและการใช้ ปาสคาลเป็นชื่อของนักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศสชื่อว่า Blaise Pascal ซึ่งได้คิดเครื่องคำนวณระบบกลไกขึ้นเป็นคนแรกจึงได้รับเกียรติให้ตั้งเป็นชื่อภาษาคอมพิวเตอร์ซึ่งเวียร์ธเป็นผู้สร้างภาษานี้ขึ้น ใช้กันกว้างขวางในสหรัฐอเมริกาและยุโรปเพื่อสอนการเขียนโปรแกรมโครงสร้าง และใช้เป็นภาษาเอนกประสงค์ ซึ่งประยุกต์ใช้ได้ทั้งคอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่และไมโครคอมพิวเตอร์โปรแกรมง่าย ๆ
โครงสร้างของโปรแกรมภาษาปาสคาล
โปรแกรมในภาษาปาสคาล แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ
1. ส่วนหัว (Heading) เป็นการประกาศชื่อของโปรแกรม ขึ้นต้นด้วยคำว่า PROGRAM ตามด้วยชื่อของโปรแกรม และจบบรรทัดด้วย ;
รูปแบบ

PROGRAM ชื่อโปรแกรม (รายชื่ออุปกรณ์);

ตัวอย่าง
PROGRAM EXAM1;
PROGRAM EXAM1(INPUT,OUTPUT);

ข้อสังเกต ชื่ออุปกรณ์ คือ INPUT, OUTPUT หรือชื่อของไฟล์ที่เกี่ยวข้องภายในโปรแกรมถ้าไม่ระบุจะถือว่า INPUT เข้าทาง keyboard และ OUTPUT ออกทางจอภาพ
2. ส่วนข้อกำหนด (Declaration part) คือส่วนตั้งแต่ส่วนหัวไปจนถึงคำว่า BEGIN ของโปรแกรมหลัก และเป็นส่วนที่เรากำหนดค่าต่าง ๆ ดังนี้
2.1 VAR เป็นการกำหนดแบบของข้อมูลให้แก่ตัวแปร
รูปแบบ
VAR รายชื่อตัวแปร : ประเภทของข้อมูล;

ตัวอย่าง
VAR I,J,K : INTEGER;
NAME : STRING;
SALARY : REAL;

2.2 TYPE เป็นการกำหนดแบบของข้อมูลขึ้นใหม่
รูปแบบ

TYPE ชื่อของแบบ = ประเภทหรือค่าของข้อมูล;

ตัวอย่าง

TYPE SCORE = INTEGER;
WEEK = (MON, TUE, WED, THU, FRI);
VAR TEST, MIDTERM, FINAL : SCORE;
DAY : WEEK;

2.3 CONST เป็นการกำหนดค่าคงที่ 
รูปแบบที่ 1
CONST รายชื่อค่าคงที่ = ค่าที่กำหนด;
รูปแบบที่ 2
CONST รายชื่อค่าคงที่ : ประเภทของข้อมูล = ค่าที่กำหนด;

ตัวอย่าง

CONST HEAD = ‘EXAMINATION’;
CONST A = 15;
CONST SALARY : REAL = 8000.00;

2.4 LABEL ใช้คู่กับคำสั่ง GOTO ภายในโปรแกรม
รูปแบบ 
LABEL รายชื่อของ LABEL;

ตัวอย่าง
LABEL 256,XXX;
เช่น GOTO 256; GOTO XXX;

3. ส่วนคำสั่งต่าง ๆ (Statement Part) เป็นส่วนสุดท้ายของโปรแกรม ขึ้นต้นด้วย “BEGIN” และปิดท้ายด้วย “END.”
ตัวอย่าง
BEGIN
Statement หรือคำสั่งต่าง ๆ ;
END.